แพทย์ชี้คนไทยเป็นโรคซึมเศร้าปีละหมื่นคน

พญ.จันทิมา องค์โฆษิตไกรฤกษ์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าในปี พ.ศ. 2563 ผู้ป่วยทางด้านจิตเวชจะเพิ่มมากขึ้นเป็นอันดับ2 ต่อจากโรคหัวใจ

ซึ่งในขณะนี้มีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 154 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในประเทศไทยคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 12 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด ดังนั้นสถานการณ์สุขภาพจิตในปี 2551 จึงน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และจากสถิติผู้ป่วยที่เข้ามารับการปรึกษาและรับการรักษาจากโรงพยาบาลมนารมย์ เฉลี่ยแล้วปีละ 2 หมื่นคน หรือ 2,000 คนต่อเดือน แนวโน้มของผู้ป่วยที่เข้ามารักษาจะเพิ่มมากขึ้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละเดือน

พญ.จันทิมา กล่าวต่อว่า ปัญหาสุขภาพจิต มีความซับซ้อนมากมีหลายปัจจัยประกอบด้วยกัน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านสังคมและวัฒนธรรม กลายเป็นภาวะความเครียดที่นำมาสู่โรคทางจิตเวช ซึ่งมีความรุนแรงมาก ค่านิยมของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป คนยุคใหม่มีความอดทนและการปรับตัวที่น้อยลง ครอบครัวมีความแตกแยกและห่างเหินกันมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพจิต

ด้านนพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สุขภาพจิตที่ดีเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคนและประเทศ สถานพยาบาลหลายแห่งมีการเปิดพื้นที่ให้บริการจิตเวชเด็ก วัยรุ่นและครอบครัว เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพ่อ แม่เลี้ยงดูลูกมีความยากลำบากซับซ้อนขึ้นมากกว่าในอดีต

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเด็กมีพัฒนาการล่าช้าเด็กสมาธิสั้น ปัญหาการกินที่ผิดปกติ วิธีเลี้ยงดูเด็กอย่างไรให้เขาพัฒนาศักยภาพตามวัย และการบำบัดโดยใช้กิจกรรมอื่นเข้าช่วยนอกเหนือจากการรักษา การรักษาด้านจิตเวชไม่ได้ใช้ยาในการรักษาเพียงอย่างเดียว การบำบัด การฟื้นฟู และติดตามผลถือว่าสำคัญมาก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์เป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ป่วยมีความกล้าที่จะยอมรับมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีจะได้รับการรักษาทันที

ส่วนโรคที่น่ากลัวอีกโรคหนึ่งคือโรคไบโพลาร์(bipola) หรือโรคอารมณ์ปรวนแปรชนิดซึมเศร้าและครื้นเครง จะมีอาการซึมเศร้าสลับกับครื้นเครงโดยในช่วงที่มีอาการซึมเศร้าจะซึมอยู่สักระยะประมาณ 1-2 เดือน คนไข้จะหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย ส่วนช่วงที่ครื้นเครง จะสนุกสนาน รีบเร่ง ไม่อยากหลับอยากนอน อยากไปเที่ยว ชอบความเสี่ยง ใครมาหลอกก็เชื่อง่าย ถ้าขัดใจจะโมโหและโกรธ ทั้งนี้ โรคไบโพลาร์เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ จึงสามารถรักษาได้โดยการรับประทานยา ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันวันละ 30 นาที งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มประเภทกาเฟอีนอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้

นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในประเทศไทยพบว่า มีผู้ป่วย 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร คือคนไทยประมาณ 6 แสนคนป่วยด้วยโรคนี้หากคนไข้ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้อาการกำเริบ ขาดการยับยั้งชั่งใจ โมโหง่าย อย่างไรก็ตาม สถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทยพบว่า มีการฆ่าตัวตายทุก 1 ชั่วโมงครึ่งแต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศ อัตราการฆ่าตัวตายของไทยไม่สูงนัก เพราะไทยมีมาตรการป้องกัน

ขณะนี้คุณอยู่ที่ : หน้าแรก » ข่าวสร้างสุข » ข่าวสุขภาพแพทย์ชี้คนไทยเป็นโรคซึมเศร้าปีละหมื่นคนโดย |วันที่ 20 ธันวาคม 2550|อ่าน : 4,15800
สาเหตุมาจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ หนี้สินและครอบครัว

พญ.จันทิมา องค์โฆษิตไกรฤกษ์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวว่า ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าในปี พ.ศ. 2563 ผู้ป่วยทางด้านจิตเวชจะเพิ่มมากขึ้นเป็นอันดับ2 ต่อจากโรคหัวใจ ซึ่งในขณะนี้มีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าถึง 154 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในประเทศไทยคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 12 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด ดังนั้นสถานการณ์สุขภาพจิตในปี 2551 จึงน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง และจากสถิติผู้ป่วยที่เข้ามารับการปรึกษาและรับการรักษาจากโรงพยาบาลมนารมย์ เฉลี่ยแล้วปีละ 2 หมื่นคน หรือ 2,000 คนต่อเดือน แนวโน้มของผู้ป่วยที่เข้ามารักษาจะเพิ่มมากขึ้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละเดือน

พญ.จันทิมา กล่าวต่อว่า ปัญหาสุขภาพจิต มีความซับซ้อนมากมีหลายปัจจัยประกอบด้วยกัน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางการเมือง ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านสังคมและวัฒนธรรม กลายเป็นภาวะความเครียดที่นำมาสู่โรคทางจิตเวช ซึ่งมีความรุนแรงมาก ค่านิยมของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป คนยุคใหม่มีความอดทนและการปรับตัวที่น้อยลง ครอบครัวมีความแตกแยกและห่างเหินกันมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพจิต

ด้านนพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัติพิชัย กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สุขภาพจิตที่ดีเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคนและประเทศ สถานพยาบาลหลายแห่งมีการเปิดพื้นที่ให้บริการจิตเวชเด็ก วัยรุ่นและครอบครัว เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดความล้มเหลวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพ่อ แม่เลี้ยงดูลูกมีความยากลำบากซับซ้อนขึ้นมากกว่าในอดีต

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเด็กมีพัฒนาการล่าช้าเด็กสมาธิสั้น ปัญหาการกินที่ผิดปกติ วิธีเลี้ยงดูเด็กอย่างไรให้เขาพัฒนาศักยภาพตามวัย และการบำบัดโดยใช้กิจกรรมอื่นเข้าช่วยนอกเหนือจากการรักษา การรักษาด้านจิตเวชไม่ได้ใช้ยาในการรักษาเพียงอย่างเดียว การบำบัด การฟื้นฟู และติดตามผลถือว่าสำคัญมาก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์เป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ป่วยมีความกล้าที่จะยอมรับมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีจะได้รับการรักษาทันที

ส่วนโรคที่น่ากลัวอีกโรคหนึ่งคือโรคไบโพลาร์(bipola) หรือโรคอารมณ์ปรวนแปรชนิดซึมเศร้าและครื้นเครง จะมีอาการซึมเศร้าสลับกับครื้นเครงโดยในช่วงที่มีอาการซึมเศร้าจะซึมอยู่สักระยะประมาณ 1-2 เดือน คนไข้จะหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย ส่วนช่วงที่ครื้นเครง จะสนุกสนาน รีบเร่ง ไม่อยากหลับอยากนอน อยากไปเที่ยว ชอบความเสี่ยง ใครมาหลอกก็เชื่อง่าย ถ้าขัดใจจะโมโหและโกรธ ทั้งนี้ โรคไบโพลาร์เกิดจากสารเคมีในสมองผิดปกติ จึงสามารถรักษาได้โดยการรับประทานยา ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันวันละ 30 นาที งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มประเภทกาเฟอีนอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการกำเริบได้

นพ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในประเทศไทยพบว่า มีผู้ป่วย 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร คือคนไทยประมาณ 6 แสนคนป่วยด้วยโรคนี้หากคนไข้ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้อาการกำเริบ ขาดการยับยั้งชั่งใจ โมโหง่าย อย่างไรก็ตาม สถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทยพบว่า มีการฆ่าตัวตายทุก 1 ชั่วโมงครึ่งแต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศ อัตราการฆ่าตัวตายของไทยไม่สูงนัก เพราะไทยมีมาตรการป้องกัน

รัฐบาลมีโครงการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามาตั้งแต่ปี 2544 เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายทำให้อัตราการฆ่าตัวตายจาก 9 ต่อแสนประชากรลดลงเหลือ 7 ต่อแสนประชากรซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่โดยหลักคนที่ฆ่าตัวตายนั้นเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว พอมีปัญหาเรื่องครอบครัว หนี้สิน ทำให้ทนไม่ได้เท่ากับคนปกติ จนมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น ดังนั้นคนที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้

อนึ่งปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตกำลังลุกลามมากในประเทศไทย จากการสำรวจของกรมสุขภาพจิตพบว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยด้านจิตเวชประมาณ 1 ใน 5 คนของคนไทยทั้งหมดหรือประมาณปีละ 1 ล้านคนโดยเข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาลด้านจิตเวชราวปีละ 8 แสนคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาสำคัญมาจากความเครียด ที่ไม่สามารถหาทางออกได้ ในปี 2550 พบว่าผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนไทยเกิดจากปัญหาความขัดแย้งหลายด้านเช่น ปัญหาทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน ปัญหาสังคม ยาเสพติดต่างๆ และปัญหาบุคคลหรือครอบครัว รวมทั้งปัญหาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ส่งผลถึงคนไทยทั้งประเทศ

Posted in news by admin